Call Center 02-272-0022
ภาษาไทยEnglish under construction
     หน้าแรก
     ประวัติเมโกะ
     บริการของเมโกะ
     ข่าวเมโกะ
     เคล็ด(ไม่)ลับ ความสวย
     กับ พ.ญ.สุธาสินี
     คำถามที่พบบ่อย
     Webboard
     ร่วมงานกับเมโกะ
     ติดต่อเมโกะ คลินิก
     นัดวันทำสวย
     เมโกะบิวตี้
     Site Map



เสริมจมูก, ศัลยกรรม, เลเซอร์, ลดสัดส่วน

เสริมจมูก, ศัลยกรรม, เลเซอร์, ลดสัดส่วน

เสริมจมูก, ศัลยกรรม, เลเซอร์, ลดสัดส่วน

เสริมจมูก, ศัลยกรรม, เลเซอร์, ลดสัดส่วน

เสริมจมูก, ศัลยกรรม, เลเซอร์, ลดสัดส่วน


หน้าหลัก > บริการของเมโกะ > ชะลอวัย
บริการ & ทรีทเม้นท์
เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti Aging Medicine

นับเป็นศาสตร์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน สืบเนื่องจากทุก ๆ คนต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่อยากร่วงโรยหรือชราตามสภาพ จึงต้องมีกระบวนการต่าง ๆ เข้ามาช่วยจัดการต่อความต้องการนี้ของมนุษย์ซึ่งสำเร็จออกมาในรูปแบบของ Anti Aging Medicine

Anti Aging Medicine ประกอบด้วยองค์ประกอบในความร่วมมืออย่างมาก ระหว่างแพทย์ผู้รักษาและตัวผู้เข้ารักษาบำบัดเอง โดยแพทย์มีหน้าที่ในการวางแนวทางการรักษาซึ่งมีอยู่มากมายหลายวิธี ให้เข้ากับผู้ป่วยแต่ละรายและผู้ป่วยมีหน้าที่ปฏิบัติตัวตามแนวทางนั้น โดยแนวทางพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจใน Anti Aging Medicine ประกอบด้วย

  1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ปรุงใหม่ หลีกเลี่ยงการเจือสี กลิ่น รสซึ่งสังเคราะห์ขึ้น
  2. ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ
  4. หลีกเลี่ยงภาวะเครียด
  5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  6. หลีกเลี่ยง Alcohol และบุหรี่
สำหรับแนวทางการบำบัดของแพทย์ประกอบด้วยแนวทางต่างๆ คือ
  1. การบำบัดด้วย Vitamin ในขนาดสูง
  2. การบำบัดโดยการปรับสมดุลโดยฮอร์โมนธรรมชาติ
  3. การบำบัดโดยใช้ออกซิเจนเข้มข้น
  4. การล้างพิษแบบต่าง ๆ เช่น การล้างพิษตับ การล้างลำไส้
  5. คีเลชั่นบำบัด
ซึ่งแนวทางต่างๆ เหล่านี้เมื่อได้ใช้ร่วมกันกับการปฏิบัติให้เหมาะสมของผู้รับการบำบัดแล้ว จะสามารถย้อนอายุของเราได้อย่างชัดเจน แม้อายุจริงจะเพิ่มขึ้น แต่เรายังรู้สึกมีเรี่ยวแรงแจ่มใส และมีความสุขแม้ว่าเวลาจะผ่านไปก็ตาม


คีเลชันบำบัด (Chelation Therapy)

การบำบัดด้วยการทำ คีเลชั่นบำบัดนั้นมีมานานหลายสิบปีแล้ว และเข้ามามีบทบาทในการดูแลบำบัดให้แก่ผู้สนใจในสุขภาพ ระยะหนึ่งในประเทศไทย

หลายคนอาจสงสัยใน คีเลชั่นบำบัด คืออะไร ช่วยอะไรเราได้บ้าง ซึ่ง คีเลชั่นบำบัด คือ กระบวนการนะสารพิษโลหะหนักที่อยู่ในร่างกายออกสู่ร่างกาย เพื่อให้ร่างกายปรับสู่สมดุลและปลอดภัยจากพิษของโลหะหนักต่าง ๆ เหล่านั้น จากนั้นยังสามารถช่วยลดตะกอนแคลเซียม ที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุของหลอดเลือดตับซึ่งอาจนำมาซึงปัญหาใหญ่ได้

สำหรับขั้นตอนการบำบัดรักษาประกอบด้วย
  1. พบแพทย์เพื่อซักถามประวัติและตรวจร่างกาย อย่างละเอียดโดยจะมีการคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
  2. ทำการตรวจ LAB พื้นฐานเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ
  3. ทำการตรวจ Live Blood Analysis ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสามารถบงบอกภาวะของเลือด
  4. ในขณะที่เซลล์ยังมีชีวิตซึ่งสามารถประเมินภาวะของร่างกายได้หลากหลายครอบคลุมในหลายๆ โรค
  5. ทำการบำบัดด้วย คีเลชั่นบำบัดตามสูตรยาที่เหมาะสม แก่ผู้เข้ารับการบำบัดแต่ละราย
  6. นัดติดตามผลเป็นระยะซึ่งระยะเวลาขึ้นกับลักษณะของโรคที่เรามีปัญหาอยู่
    หลังจากการบำบัดตามโปรแกรมที่วางไว้แล้วร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตพบว่าปัญหาของโรคต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดและสามารถกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพายาเพียงเพียงอย่างเดียวตลอดไป

คีเลชั่น คือ อะไร?

คือการใช้กรดอะมิโน ชื่อ EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาติต่างๆ หยดเข้าหลอดเลือด เพื่อประโยชน์ในการรักษา(และเสริมการรักษา)โรคต่างๆ เช่น พิษโลหะหนัก สารพิษอื่นๆ ตกค้าง หลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดตีบตัน โรคภูมิแพ้ โรคปวดข้อ โรคมะเร็ง ฯลฯ

คีเลชั่นทำงานอย่างไร?

EDTA จะไปจับกับโลหะหนัก เช่น เหล็ก และ แคลเซี่ยม ซึ่งสะสมพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดให้ไหลเวียนออกมาในกระแสเลือด รวมไปถึงโลหะหนักเป็นพิษที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อร่างกายด้วย นอกจากนี้ วิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระในขนาดที่เรียกว่า Megadose (ขนาดมากพอที่จะส่งผลในการรักษา) ก็จะไปรักษาหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดดีขึ้น เส้นเลือดจะไม่ตีบตัน

EDTA เป็นกรดอะมิโนที่ค้นพบเมื่อปี 1930 โดยชาวเยอรมัน Franz Munz ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนสำหรับเป็นยารักษาภาวะโลหะหนักสะสมในร่างกาย ต่อมาในราวปี 1950 แพทย์สังเกตุพบว่า ผู้ป่วยที่มารักษาภาวะพิษตะกั่วในโลหะด้วย EDTA และมีโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันอยู่ด้วย กลับมีอาการของโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันดีขึ้น จึงนำมาสู่การศึกษากว้างขวางและในที่สุด ได้มีการใช้ EDTA Chelation เพื่อการรักษาความผิดปกติของผนังหลอดเลือดด้วย นอกเหนือจากพิษโลหะและพิษสะสม

คีเลชั่นช่วยในภาวะไหนบ้าง?

จากการศึกษาวิจัย พบประโยชน์ของคีเลชั่นมากมายคือ
  • ลดอัตราการเกิดมะเร็งลงได้ 90% (Blumer&Reich 1980)
  • รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ผล 87-89% (Chappell and Stahl 1993) รักษาโรคการไหลเวียนเลือดส่วนปลายอุดตันได้ผล 91% โดยได้ทำการวิเคราะห์จากงานวิจัย 19 ชิ้นรวมเป็นจำนวนผู้ป่วยในการวิจัย 22,675 คน
  • ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง โรคปวดข้อรูมาตอยด์ มีอาการดีขึ้น (Boyle&Clarke)
  • ความดันดีขึ้น เบาหวานดีขึ้น โรคไตดีขึ้น อาการอ่อนเพลียดีขึ้น ไขมันในเลือดลดลง (McDonagh, Rudolph, and Cheraskin)
  • Hancke and Flytlie 1993 สรุปผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เส้นเลือดอุดตันที่หมอนัดทำ bypass และนัดตัดขาทิ้ง แล้วมาทำคีเลชั่น จำนวน 92 ราย ยกเลิกการผ่าตัดไปได้มากถึง 89%
  • พบว่าคีเลชั่น ทำให้มวลกระดูกหนาขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการที่แคลเซี่ยมออกมาในกระแสเลือด จึงไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนพาราทัยรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ดึงแคลเซี่ยมที่อยู่ในกระแสเลือดให้เข้าไปสร้างกระดูก
ความจริงที่หมอไม่ได้บอกคุณ (จากวารสารการแพทย์ JAMA ปี 1998)
  • การผ่าตัดทำบายพาส มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ หนึ่งต่อยี่สิบห้าราย
    • หากรอดชีวิตจากการผ่าตัด จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรง หนึ่งในห้าราย
    • มูลค่าการผ่าตัดบายพาสต่อปีในสหรัฐอเมริกา คือ สองแสนล้านบาทต่อปี
    • การทำบอลลูน หรือ ใส่ขดลวด ส่วนใหญ่จะเกิดการอุดตันใหม่ภายใน 2-5 ปี
    • การทำบายพาส หากเป็นเส้นเลือดดำที่ขา จะอุดตันใหม่ภายใน 8-10 ปี หากเป็นเส้นเลือดเทียม จะเกิดการอุดตันใหม่เร็วกว่าคือ ภายใน 6-8 ปี
ดังนั้น คีเลชั่น จึงเป็น conflict of interest อย่างแรงกับการทำผ่าตัดเกี่ยวกับหลอดเลือด

ใครควรจะทำคีเลชั่น?
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟันด้วยโลหะอมัลกัม มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี oxidative stress(ระดับอนุมูลอิสระสูง) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่หรือคนในบ้านในที่ทำงานสูบ ฯลฯ
  • ผู้ที่มีปัญหาพิษโลหะสะสม และปัญหาสารพิษอื่นๆ สะสมในร่างกาย
  • ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง มีอาการเช่น เวียนหัวง่าย ฯลฯ
  • ผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น
  • ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็ง และโรคเส้นเลือดตีบตัน รวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษและโลหะหนักออกจากตัว และต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัว ไม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคต
  • ผู้ที่ไปทำบอลลูนเส้นเลือด,ใส่ขดลวด,ทำบายพาส มาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่เร็ว ๆ นี้ การทำคีเลชั่น จะป้องกันปัญหาเหล่านั้นได้
ระหว่างการทำคีเลชั่นควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
  • ระหว่างที่ร่างกายกำจัดสารพิษ และลดโลหะหนักสะสม ไตจะทำงานเพิ่มขึ้น ควรดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้น และถ้าเป็นไปได้ ใช้น้ำดื่มที่มีขนาดโมเลกุลน้อยประเภท activated water หรือ energized water ต่าง ๆ
  • ควรรับประทานวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ในรูปอาหารเสริม เพิ่มขึ้นไปจากอาหารประจำวัน เพราะบางทีเราจะเสียแร่ธาตุไปบ้างในระหว่างการคีเลชั่น

Cardiovascular detoxification

ปัจจุบันเราพบว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดภาวะเฉียบพลันทางหลอดเลือดหัวใจ ไม่ได้เกิดจากคราบไขมันอุดตันชนิดแข็ง ที่เราเรียกว่า plaque แต่เกิดจากคราบไขมันชนิดอ่อน ซึ่งมีผนังหลอดเลือดเสื่อม ที่เราเรียกว่า vulnerable plaque โดยคราบไขมันชนิดนี้ เมื่อถูกอนุมูลอิสระทำลาย ก็จะง่ายต่อการฉีกขาดที่ผนังหลอดเลือด และทำให้เกิดลิ่มเลือดขึ้น แล้วลิ่มเลือดไปอุดตันในตำแหน่งที่มีการตีบของหลอดเลือดเดิมอยู่แล้ว เราพบว่าสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ vulnerable plaque ไม่เสถียรและเกิดการฉีกขาดที่ผนังขึ้น ก็เพราะอนุมูลอิสระ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โมเลกุลของโลหะหนักที่อยู่ในรูปไม่เสถียรภายในเลือด การล้างพิษทางระบบหลอดเลือด เป็นขบวนการนำโลหะหนักต่างๆ ออกจากร่างกาย ร่วมกับการใช้สารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการซ่อมแซมผนังด้านในของหลอดเลือด และการขับโลหะหนักที่เกาะผนังหลอดเลือดออก เป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน และช่วยการไหลเวียนเลือดดีขึ้น
Nutritional Medicine

ในการป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย เป็นที่ความสำคัญของสารอาหาร ยอมรับในวงการแพทย์เมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อ แพทยสมาคมอเมริกัน AMA ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการในวารสารของตนเอง JAMA แนะนำให้คนอเมริกันรับประทานวิตามินรวมอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง ซึ่งสวนทางกับคำแนะนำของตนเองที่ผ่านมาในอดีต ที่ระบุว่า คนเราจะได้รับสารอาหารต่างๆ อย่างพอเพียงจากอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องเสริมวิตามินอื่นอีก

แต่เดิม เราได้กำหนดปริมาณที่แนะนำต่อวัน ของวิตามินชนิดต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคเนื่องจากการขาดวิตามิน อย่างไรก็ตาม เราพบหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า วิตามินในขนาดที่สูงขึ้น มีความสำคัญต่อการคงไว้ซึ่งความมีสุขภาพดี และปลอดจากความเสื่อม การตรวจระดับวิตามิน และระดับความเครียดโดยอนุมูลอิสระ oxidative stress จะช่วยในการจัดสรร วิตามินและแร่ธาตุได้อย่างถูกต้อง ตรงกับความต้องการ ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป โดยสามารถตรวจประเมินเพื่อใช้ในการกำหนดขนาดและจำนวนวิตามินที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อความมีสุขภาพดี และยืนยาว


 
www.Mekoclinic.com
Copyright © 2009 All rights reserved
[บริการ ศัลยกรรม เสริมจมูก เลเซอร์ ลดสัดส่วน ครบวงจร]
Call Center: 02-272-0022 Fax : 02-272-0922
Email : Mekoclinic@hotmail.com