วิธีทำหน้าอกที่เพิ่มได้
การทำหน้าอกที่ได้การยอมรับในปัจจุบันจะมีอยู่ 2 แบบ คือการเสริมด้วยถุงซิลิโคน และการฉีดไขมัน
Option 1- Fat injection
การฉีดไขมันเสริมทำหน้าอกเป็นการนำไขมันจากส่วนต่างๆ ในตัวคนไข้มาสกัดด้วยกรรมวิธีทางการแพทย์ แล้วฉีดเข้าไป โดยเชื่อว่าจะไม่เกิดอันตรายใดๆ และถึงจะมีผลข้างเคียงก็น้อยมากเนื่องจากเป็นไขมันตัวเอง ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย วิธีนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในยุโรปและอเมริกา แต่ยังไม่ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการในวงการแพทย์ เพราะไม่มีผลการรับรองที่อ้างอิงได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวิธีการดังกล่าว อีกทั้งยังต้องใช้ปริมาณไขมันในการฉีดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อจำกัดของคนตัวเล็กที่มีปริมาณไขมันน้อย รวมถึงการที่คนไข้ต้องเจ็บตัวหลายรอบ ทั้งการดูดไขมัน และการฉีดซ้ำเมื่อปริมาณไขมันสลายตัวไป จนไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการ
“ผมไม่แนะนำวิธีการเสริมทำหน้าอกด้วยการฉีดไขมัน เพราะต้องใช้จำนวนไขมันเยอะมาก อีกอย่างไขมันต้องมีเลือดไปเลี้ยง เมื่อใส่ใขมันเข้าไป ร่างกายก็จะสร้างเส้นเลือด แต่ถ้าเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอก็จะทำให้ไขมันเน่าและตายได้ ซึ่งผมคิดว่าคนที่เสริมด้วยิธีนี้ยังไม่ได้ผลสำเร็จที่มาตรฐานมากพอจะอ้างอิงได้ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิสูจย์” นพ.มนัสกล่าว
Option 2 –Aesthetic Surgery
ส่วนการผ่าตัดเสริมทำหน้าอกด้วยถุงนมเทียมนั้น มีด้วยกัน 2 แบบคือ การเสริมด้วยถุงน้ำเกลือและถุงซิลิโคนเจล ซึ่งมีข้อดีเสียต่างกันในแง่ของความเป็นธรรมชาติและการแก้ไขหลังมีปัญหา โดยวีธีการนั้นแพทย์จะทำการสอดเข้าไปบริเวณหน้าอก |
เพื่อช่วยเสริมให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ทั้งนี้นพ.มนัสได้ให้ความรู้ว่า การผ่าตัดดังกล่าวจะมีด้วยกัน 3 ตำแหน่ง คือ 1.บริเวณรักแร้ 2. บริเวณปานนม 3. บริเวณใต้ราวนม ซึ่งหลังจากที่แพทย์และคนไข้ตกลงกันได้ถึงขนาดและชนิดซิลิโคนจนเป็นที่พอใจแล้ว แพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณที่ต้องการแล้วจึงแหวกเนื้อที่หน้าอก เลาะเข้าไปใต้กล้ามเนื้อ เพื่อแยกให้เป็นช่องขนาดพอเหมาะที่จะสามารถใส่ถุงนมเทียมไว้ข้างใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเพื่อให้ดูนุ่มนวล เวลาสัมผัส จะใกล้เคียงธรรมชาติ ซึ่งการจะใส่ถุงนมเทียมไว้ใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ และโอกาสของคนไข้ที่อาจเป็นพังผืดได้ง่ายด้วย
แต่สำหรับเรื่องแผลผ่าตัดนั้นจะกำหนดไว้ตรงใด นพ.มนัสได้ให้ข้อมูลว่า ปกติแล้วการจะเลือกวิธีผ่าตัดและตำแหน่งของแผล แพทย์ต้องคำนึงถึงชีวิตประจำวันและสไตล์การแต่งตัวของผู้ที่ผ่าตัดด้วย เช่น คนไข้ที่ใส่เสื้อสายเดี่ยว โชว์รักแร้ แพทย์อาจต้องเลี่ยงไปผ่าตัดบริเวณใต้ราวนม ส่วนคนไข้ที่ต้องการใส่ชุดราตรีผ่าให้เห็นหน้าอกแผลผ่าตัดอาจต้องไปอยู่ที่ปานนมแทน แต่ในบางกรณีคนไข้ไม่ต้องการให้ความรู้บริเวณหัวนมเสียไป แพทย์จำเป็นต้องเลี่ยงไปผ่าตัดบริเวณใต้รักแร้ซึ่งจะมีความยากในการเลาะมากกว่า เพราะต้องสอดเครื่องมือเข้ามายาวกว่า ทั้งนี้ไม่ว่าจะผ่าตัดเสริมในบริเวณใดก็ตาม แพทย์ก็สามารถสร้างขนาดและรูปทรงได้ตามต้องการ
|
| |
|
รูปทรงแบบธรรมชาติ
นอกจากลักษณะถุงซิลิโคลนและถุงน้ำเกลือซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ส่วนประกอบสำคัญของการเสริมทำหน้าอกให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ คือ รูปทรงของซิลิโคลน ซึ่งมีด้วยกัน 2 ชนิด คือRound Shape และTeardrop Shape
| |
Round Shape |
Teardrop Shape |
ลักษณะ |
เป็นถุงนมเทียม รูปทรงกลม นูนตรงกลาง มีลักษณะคล้ายรูปทรงของซาลาเปา
|
มีรูปทรงเป็นหยดน้ำ โดยมีเนื้อส่วนบนเรียบเล้กกว่า ส่วนล่างที่เนื้อเต็มและขนาดใหญ่กว่า
|
ผลลัพธ์ |
สำหรับคนที่มีหน้าอกขนาดใหญ่อยู่แล้ว ต้องการเสริมเพิ่มให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จะมีความใกล้เคียงธรรมชาติ แต่หากมีเนื้อหน้าอกน้อย จะให้ดูกลมและนูน เกินกว่าจะเป็นหน้าอกธรรมชาติ
|
ใกล้เคียงรูปทรงของหน้าอกธรรมชาติที่สุดตรงมีความหย่อนคล้อย พอประมาณ เป้นรูปทรงซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีหน้าอกน้อยหรือ แทบไม่มีเลย
|
|
|
|
250 CC. ก็สวยแล้ว
สาวน้อยนางหนึ่งมีความตั้งใจจะเสริมหน้าอก แต่สงสัยว่า ถ้าตนเองมีหน้าอกคัพ A แต่อยากเพิ่มขนาดเป็น C จะต้องเสริมเต้านมเทียมประมาณกี่CC. แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลังผ่าตัดรูปทรงและขนาดหน้าอกจะได้ตามต้องการ
โดยปกติแล้ว มาตรฐานรูปร่างของหญิงไทยทั่วไป จะมีความสูงเฉลี่ย 155-165 ซม. มีขนาดหน้าอกเฉลี่ยประมาณคัพ A และ B แต่มีช่วงไหล่ที่กว้างไม่เท่ากัน ถุงนมเทียมที่เสริม จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าควรมีประมาณกี่เท่าไร จึงจะได้ขนาดเต้าที่ต้องการ
“การเสริมเต้านม ต้องดูจากช่วงไหล่ คือ คนที่มีไหล่กว้างจะสามารถใส่จำนวน CC. ได้เยอะ แต่หากเป็นคนตัวเส็ก ไหล่เส็ก เสริมมากเกินไปจะดูเทอะทะ ฉะนั้นหากต้องการเปลี่ยนจากคัพ A ไปคัพ B จากคัพ B ไปคัพ C จึงไม่สามารถบอกได้ว่าควรใส่กี่ CC. ต้องดูสรีระด้วย แต่คนไทยส่วนใหญ่จะเสริมโดยเฉลี่ยประมาณ +- 250 cc. จะได้ขนาดกำลังพอดีเพิ่มมาอีก 1 คัพ แต่ทั้งนี้ จะเสริมขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และอาชีพของเขาด้วย เพราะบางคนอาจจำเป็นต้องเสริมใหญ่กว่าเดิมเพื่อการทำงาน นั้นแพทย์จึงมักให้คนไข้ใส่เสื้อยกทรง แล้วสอดถุงนมเทียมทดลองเข้าไปก่อน เพื่อให้ได้เห็นถึงขนาด แต่จริงๆ แล้วการวัดทรวงอกจะเป็นเพียงแค่การวัดคร่าวๆ เท่านั้น บางครั้งต้องทำจริงถึงจะเห็นได้ว่าตรงกับขนาดที่ต้องการทำหรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่แล้วจไม่คลาดเคลื่อนกันมาก” นพ.มนัสกล่าว
ถึงปลอดภัยแต่ก็เสี่ยง
แม้ปัจจุบันการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนจะถือเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ในบางกรณี วิธีการผ่าตัดดังกล่าวอาจไม่ได้ผล 100 เปอเซ็นต์ที่จะสร้างให้หน้าอกออกมาสวยงามอย่างตั้งใจ ทั้งนี้เพราะอาจมีความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น
1.เสี่ยงต่ออาการหน้าอกแข็ง เนื่องจากพังผืดบริเวณหน้าอกรัดตัวถุงซิลิโคนมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ความเสี่ยงดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละบุคคล ใน 100 คน อาจมีสัก 2-3 คนที่เสี่ยงต่อการเป็นพังผืดได้ง่าย
2.เสี่ยงที่รอผ่าตัดจะเป็นแผลเป็น ซึ่งจะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตัวคนไข้และฝีมือของหมอในการผ่าตัด
3.เสี่ยงต่อโอกาสที่จะแพ้ยา แพ้ซิลิโคน ซึ่งอาจต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ หากเคยมีประวัติดังกล่าว
4.เสี่ยงต่อระดับเต้านมที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากการที่แพทย์วางถุงนมเทียมไม่พอดี หรือมีการคลื่อนที่ของถุงนมเทียมไปอยู่ในระดับสูงหรือต่ำกว่าที่กำหนดไว้ หากเกิดในกรณีที่เห็นความต่างอย่างชัดเจนอาจต้องแก้ไขใหม่อีกครั้ง
Breast Question ? Q. ทำไมบางคนเสริมแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ?
A. นอกจากการมีหน้าอกเล็กแล้ว สิ่งที่ผู้หญิงบางคนต้องเผชิญ คือ เนินหน้าอกที่มีเนื้อน้อยมากจนอาจเป็นอุปสรรคในการใส่ชุดต่างๆ เช่น เกาะอก ในกรณีเช่นนี้ศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถแก้ไขให้ได้ ด้วยการเลาะกล้ามเนื้อบริเวณชั้นบนมากกว่าปกติเพื่อดันถุงนมเทียมเขยิบขึ้นมาให้ดูมีเนินอกที่เต็มมากขึ้น แต่ทั้งนี้แพทย์ต้องดูรูปหน้าอกของผู้ที่ต้องการเสริมด้วย
|
Q. อยากมีเนินหน้าอกที่เต็ม วิธีไหนช่วยได้บ้าง?
A. เคยเห็นดาราฮอลลีวู้ดบางคน มีรูปทรงหน้าอกที่กลมบล็อกจนเดาได้ว่าผ่านการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงนมเทียม นพ.มนัสได้ให้ข้อมูลว่า การเสริมหน้าอกแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติมาจากสาเหตุหลักๆ คือ พังผืดบริเวณหน้าอกหดรัดตัว จนทำให้ถุงนมเทียมที่เสริมเข้าไปถูกบีบจนกลายเป็นก้อนแข็ง ซึ่งอาจป้องกันด้วยการนวดหน้าอกทวนเข็มนาฬิกาทุกวันประมาร 3-6 เดือน หรือแก้ไขได้ด้วยการทำใหม่แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะกลับไปเป็นอย่างเดิม เพราะนี่คือลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคล ทั้งนี้การเสริมหน้าอก ถ้าไม่แข็ง ไม่มีแผลเป็น จะทำให้ดูใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
Q. เสริมแล้วมีโอกาสเป็นมะเร็งไหม ?
A. จากการเปิดเผยของแพทย์พบว่า ปัญหาซ้ำๆที่คนไข้มักถามเกื่ยวกับการทำหน้าอก คือ มีโอกาสสูงแค่ไหนที่การผ่าตัดดังกล่าวจะทำให้เกิดเป็นมะเร็งตามมา คำตอบคือการผ่าตัดเพื่อเสริมขนาดเต้านม เพื่อช่วยคนหน้าอกเล็ก และหย่อนคล้อยนั้น เป็นพัฒนาการทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับมาแล้วกว่า 40 ปี ซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วว่าถุงนมเทียมที่ใส่เข้าไป เป็น Medical Grade Silicone ซึ่งผ่านรับรองจาก FDA และองค์การอาหารและยาของไทย จึงไม่มีอันตรายและไม่มีส่วนเร่งที่ทำให้เกิดมะเร็งได้
แหล่งที่มา : นิตยสาร COSMETIC No. 9 ประจำเดือน ก.ย. - ต.ค.หน้า 42-45
|
| |
|