ทำหน้าอก

เมโกะคลีนิก ศูนย์ศัลยกรรมความงาม เสริมจมูก ตา เสริมคาง เสริมหน้าอก Vaser Lipo ทำหน้าอก

หน้าแรก ประวัติเมโกะคลินิก ทรีทเม้นท์ สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ เว็บบอร์ด โปรโมชั่น ภาพข่าวและกิจกรรม บทความ ร่วมงานกับเมโกะ คำถามที่ถามบ่อย ติดต่อเมโกะ


เมื่ออกเล็กอยากใหญ่

Enhance Your Breast Up
เมื่ออกเล็กอยากใหญ่ ไขข้อข้องใจมือใหม่หัดเสริม
เผชิญปัญหาหน้าอกเล็ก ไร้เนื้อหนัง อยากเพิ่มขนาดเต้านมแบบไหนถึงจะเหมาะ
เป็นที่รู้จักในวงสนทนาหนุ่มๆ สาวคนใดมีขนาดหน้าอกสวยใหญ่ได้รูปงาม จะสามารถดึงดูดสายตาเพศตรงข้ามได้มากกว่าสาวหน้าอกแบนราบเรียบหรือหย่อนคล้อย แน่นอน…ไม่มีใครอยากได้ฉายาเป็นไม้กระดานหรือไข่ดาวให้ช้ำหัวใจ แต่เมื่อพยายามทำทุกวิถีทางในการเพิ่มขนาดของหน้าอกตัวเองแล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ศัลยกรรมพลาสติกอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสน แทนที่จะนั่งน้อยใจวาสนากับขนาดหน้าอกที่พ่อแม่ให้มาได้เพียงแค่นี้
     ปัญหาของสาวเอเชียส่วนใหญ่มักใฝ่ฝันอยากจะมีขนาดหน้าอกใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ เพราะโดยพื้นฐานทางสรีระร่างกายตามกรรมพันธุ์จะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก หากต้องการมีขนาดหน้าอกเทียบเท่าชาวตะวันตก ในปัจจุบันการทำหน้าอกจึงมีบทบาทกับที่ต้องการ หากแต่ก็ต้องแลกกับความเจ็บปวดที่อาจตามมา ทั้งนี้ นพ.มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ ศัลยแพทย์ตกแต่งของ Meko Clinic จะเป็นผู้นำให้ความรู้ต่างๆในเรื่องการทำหน้าอก

รูปหน้าอกที่สวยงาม
     จากผลการสำรวจล่าสุดของ Access Hollwood รายการโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกา ดาราสาวชื่อดัง สาการ์เล็ต โจแฮนสัน ถือเป็นสาวที่มีหน้าอกสวยที่สุดในอเมริกาตามคะแนนโหวตที่ได้รับมาอย่างถล่มถลาย จนกลายเป็นที่อิจฉาของสาวๆเกือบทั่วโลกซึ่งรูปหน้าอกที่เราถือกันว่าสวยงามนั้น นพ.มนัสได้ให้ความคิดเห็นว่า ต้องเป็นรูปหยดน้ำ ต้องเลียนแบบธรรมชาติจริงๆและมีขนาดใหญ่ตามสัดส่วนของร่างกาย หากใหญ่เกินไปจะดูเทอะทะ แต่หากเล็กเกินก็อาจดูไม่มีความเป็นหญิง ดังนั้น หน้าอกที่เรียกว่าสวยจึงควรมีขนาดปานกลาง ประมาณคัพ B+ แล้วมีขนาดคล้อยนิดๆ เพื่อให้มีความเป็นหญิงและดูอ่อนช้อยขึ้น “หน้าอกที่ดูสวย คือ ต้องดูแล้วเกิดฟิลลิ่งว่าสวย ต้องมีความเป็นเฟมินีนและมีเซ็กส์ แอพพีล ซึ่งเหมือนกับการดูศิลปะ เวลาเราไปดูงานอาร์ตชิ้นมาสเตอร์พีชกับอาร์ตธรรมดา เราจะสามารถบอกได้เลยว่านี่คือมาสเตอร์พีช ซึ่งดูแล้มีสัดส่วนที่เหมาะเจาะ มีความโค้งเว้าได้รูปที่สวยงาม”

วิธีทำหน้าอกที่เพิ่มได้
     การทำหน้าอกที่ได้การยอมรับในปัจจุบันจะมีอยู่ 2 แบบ
คือการเสริมด้วยถุงซิลิโคน และการฉีดไขมัน

Option 1- Fat injection
     การฉีดไขมันเสริมทำหน้าอกเป็นการนำไขมันจากส่วนต่างๆ ในตัวคนไข้มาสกัดด้วยกรรมวิธีทางการแพทย์ แล้วฉีดเข้าไป โดยเชื่อว่าจะไม่เกิดอันตรายใดๆ และถึงจะมีผลข้างเคียงก็น้อยมากเนื่องจากเป็นไขมันตัวเอง ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย วิธีนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในยุโรปและอเมริกา แต่ยังไม่ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการในวงการแพทย์ เพราะไม่มีผลการรับรองที่อ้างอิงได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวิธีการดังกล่าว อีกทั้งยังต้องใช้ปริมาณไขมันในการฉีดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อจำกัดของคนตัวเล็กที่มีปริมาณไขมันน้อย รวมถึงการที่คนไข้ต้องเจ็บตัวหลายรอบ ทั้งการดูดไขมัน และการฉีดซ้ำเมื่อปริมาณไขมันสลายตัวไป จนไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการ      “ผมไม่แนะนำวิธีการเสริมทำหน้าอกด้วยการฉีดไขมัน เพราะต้องใช้จำนวนไขมันเยอะมาก อีกอย่างไขมันต้องมีเลือดไปเลี้ยง เมื่อใส่ใขมันเข้าไป ร่างกายก็จะสร้างเส้นเลือด แต่ถ้าเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอก็จะทำให้ไขมันเน่าและตายได้ ซึ่งผมคิดว่าคนที่เสริมด้วยิธีนี้ยังไม่ได้ผลสำเร็จที่มาตรฐานมากพอจะอ้างอิงได้ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิสูจย์” นพ.มนัสกล่าว

Option 2 –Aesthetic Surgery
     ส่วนการผ่าตัดเสริมทำหน้าอกด้วยถุงนมเทียมนั้น มีด้วยกัน 2 แบบคือ การเสริมด้วยถุงน้ำเกลือและถุงซิลิโคนเจล ซึ่งมีข้อดีเสียต่างกันในแง่ของความเป็นธรรมชาติและการแก้ไขหลังมีปัญหา โดยวีธีการนั้นแพทย์จะทำการสอดเข้าไปบริเวณหน้าอก
     เพื่อช่วยเสริมให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ทั้งนี้นพ.มนัสได้ให้ความรู้ว่า การผ่าตัดดังกล่าวจะมีด้วยกัน 3 ตำแหน่ง คือ 1.บริเวณรักแร้ 2. บริเวณปานนม 3. บริเวณใต้ราวนม ซึ่งหลังจากที่แพทย์และคนไข้ตกลงกันได้ถึงขนาดและชนิดซิลิโคนจนเป็นที่พอใจแล้ว แพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณที่ต้องการแล้วจึงแหวกเนื้อที่หน้าอก เลาะเข้าไปใต้กล้ามเนื้อ เพื่อแยกให้เป็นช่องขนาดพอเหมาะที่จะสามารถใส่ถุงนมเทียมไว้ข้างใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเพื่อให้ดูนุ่มนวล เวลาสัมผัส จะใกล้เคียงธรรมชาติ ซึ่งการจะใส่ถุงนมเทียมไว้ใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ และโอกาสของคนไข้ที่อาจเป็นพังผืดได้ง่ายด้วย

      แต่สำหรับเรื่องแผลผ่าตัดนั้นจะกำหนดไว้ตรงใด นพ.มนัสได้ให้ข้อมูลว่า ปกติแล้วการจะเลือกวิธีผ่าตัดและตำแหน่งของแผล แพทย์ต้องคำนึงถึงชีวิตประจำวันและสไตล์การแต่งตัวของผู้ที่ผ่าตัดด้วย เช่น คนไข้ที่ใส่เสื้อสายเดี่ยว โชว์รักแร้ แพทย์อาจต้องเลี่ยงไปผ่าตัดบริเวณใต้ราวนม ส่วนคนไข้ที่ต้องการใส่ชุดราตรีผ่าให้เห็นหน้าอกแผลผ่าตัดอาจต้องไปอยู่ที่ปานนมแทน แต่ในบางกรณีคนไข้ไม่ต้องการให้ความรู้บริเวณหัวนมเสียไป แพทย์จำเป็นต้องเลี่ยงไปผ่าตัดบริเวณใต้รักแร้ซึ่งจะมีความยากในการเลาะมากกว่า เพราะต้องสอดเครื่องมือเข้ามายาวกว่า ทั้งนี้ไม่ว่าจะผ่าตัดเสริมในบริเวณใดก็ตาม แพทย์ก็สามารถสร้างขนาดและรูปทรงได้ตามต้องการ

   
รูปทรงแบบธรรมชาติ
     นอกจากลักษณะถุงซิลิโคลนและถุงน้ำเกลือซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ส่วนประกอบสำคัญของการเสริมทำหน้าอกให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ คือ รูปทรงของซิลิโคลน ซึ่งมีด้วยกัน 2 ชนิด คือRound Shape และTeardrop Shape
 
Round Shape
Teardrop Shape
ลักษณะ
เป็นถุงนมเทียม รูปทรงกลม นูนตรงกลาง มีลักษณะคล้ายรูปทรงของซาลาเปา
มีรูปทรงเป็นหยดน้ำ โดยมีเนื้อส่วนบนเรียบเล้กกว่า ส่วนล่างที่เนื้อเต็มและขนาดใหญ่กว่า
ผลลัพธ์
สำหรับคนที่มีหน้าอกขนาดใหญ่อยู่แล้ว ต้องการเสริมเพิ่มให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จะมีความใกล้เคียงธรรมชาติ แต่หากมีเนื้อหน้าอกน้อย จะให้ดูกลมและนูน เกินกว่าจะเป็นหน้าอกธรรมชาติ
ใกล้เคียงรูปทรงของหน้าอกธรรมชาติที่สุดตรงมีความหย่อนคล้อย พอประมาณ เป้นรูปทรงซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีหน้าอกน้อยหรือ แทบไม่มีเลย

250 CC. ก็สวยแล้ว
     สาวน้อยนางหนึ่งมีความตั้งใจจะเสริมหน้าอก แต่สงสัยว่า ถ้าตนเองมีหน้าอกคัพ A แต่อยากเพิ่มขนาดเป็น C จะต้องเสริมเต้านมเทียมประมาณกี่CC. แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลังผ่าตัดรูปทรงและขนาดหน้าอกจะได้ตามต้องการ
      โดยปกติแล้ว มาตรฐานรูปร่างของหญิงไทยทั่วไป จะมีความสูงเฉลี่ย 155-165 ซม. มีขนาดหน้าอกเฉลี่ยประมาณคัพ A และ B แต่มีช่วงไหล่ที่กว้างไม่เท่ากัน ถุงนมเทียมที่เสริม จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าควรมีประมาณกี่เท่าไร จึงจะได้ขนาดเต้าที่ต้องการ
      “การเสริมเต้านม ต้องดูจากช่วงไหล่ คือ คนที่มีไหล่กว้างจะสามารถใส่จำนวน CC. ได้เยอะ แต่หากเป็นคนตัวเส็ก ไหล่เส็ก เสริมมากเกินไปจะดูเทอะทะ ฉะนั้นหากต้องการเปลี่ยนจากคัพ A ไปคัพ B จากคัพ B ไปคัพ C จึงไม่สามารถบอกได้ว่าควรใส่กี่ CC. ต้องดูสรีระด้วย แต่คนไทยส่วนใหญ่จะเสริมโดยเฉลี่ยประมาณ +- 250 cc. จะได้ขนาดกำลังพอดีเพิ่มมาอีก 1 คัพ แต่ทั้งนี้ จะเสริมขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และอาชีพของเขาด้วย เพราะบางคนอาจจำเป็นต้องเสริมใหญ่กว่าเดิมเพื่อการทำงาน นั้นแพทย์จึงมักให้คนไข้ใส่เสื้อยกทรง แล้วสอดถุงนมเทียมทดลองเข้าไปก่อน เพื่อให้ได้เห็นถึงขนาด แต่จริงๆ แล้วการวัดทรวงอกจะเป็นเพียงแค่การวัดคร่าวๆ เท่านั้น บางครั้งต้องทำจริงถึงจะเห็นได้ว่าตรงกับขนาดที่ต้องการทำหรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่แล้วจไม่คลาดเคลื่อนกันมาก” นพ.มนัสกล่าว

ถึงปลอดภัยแต่ก็เสี่ยง
     แม้ปัจจุบันการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนจะถือเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ในบางกรณี วิธีการผ่าตัดดังกล่าวอาจไม่ได้ผล 100 เปอเซ็นต์ที่จะสร้างให้หน้าอกออกมาสวยงามอย่างตั้งใจ ทั้งนี้เพราะอาจมีความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น
1.เสี่ยงต่ออาการหน้าอกแข็ง เนื่องจากพังผืดบริเวณหน้าอกรัดตัวถุงซิลิโคนมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ความเสี่ยงดังกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละบุคคล ใน 100 คน อาจมีสัก 2-3 คนที่เสี่ยงต่อการเป็นพังผืดได้ง่าย
2.เสี่ยงที่รอผ่าตัดจะเป็นแผลเป็น ซึ่งจะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตัวคนไข้และฝีมือของหมอในการผ่าตัด
3.เสี่ยงต่อโอกาสที่จะแพ้ยา แพ้ซิลิโคน ซึ่งอาจต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ หากเคยมีประวัติดังกล่าว
4.เสี่ยงต่อระดับเต้านมที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากการที่แพทย์วางถุงนมเทียมไม่พอดี หรือมีการคลื่อนที่ของถุงนมเทียมไปอยู่ในระดับสูงหรือต่ำกว่าที่กำหนดไว้ หากเกิดในกรณีที่เห็นความต่างอย่างชัดเจนอาจต้องแก้ไขใหม่อีกครั้ง

Breast Question ?
Q.   ทำไมบางคนเสริมแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ?
A.   นอกจากการมีหน้าอกเล็กแล้ว สิ่งที่ผู้หญิงบางคนต้องเผชิญ คือ เนินหน้าอกที่มีเนื้อน้อยมากจนอาจเป็นอุปสรรคในการใส่ชุดต่างๆ เช่น เกาะอก ในกรณีเช่นนี้ศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถแก้ไขให้ได้ ด้วยการเลาะกล้ามเนื้อบริเวณชั้นบนมากกว่าปกติเพื่อดันถุงนมเทียมเขยิบขึ้นมาให้ดูมีเนินอกที่เต็มมากขึ้น แต่ทั้งนี้แพทย์ต้องดูรูปหน้าอกของผู้ที่ต้องการเสริมด้วย




Q.   อยากมีเนินหน้าอกที่เต็ม  วิธีไหนช่วยได้บ้าง?
A.   เคยเห็นดาราฮอลลีวู้ดบางคน มีรูปทรงหน้าอกที่กลมบล็อกจนเดาได้ว่าผ่านการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงนมเทียม นพ.มนัสได้ให้ข้อมูลว่า การเสริมหน้าอกแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติมาจากสาเหตุหลักๆ คือ พังผืดบริเวณหน้าอกหดรัดตัว จนทำให้ถุงนมเทียมที่เสริมเข้าไปถูกบีบจนกลายเป็นก้อนแข็ง ซึ่งอาจป้องกันด้วยการนวดหน้าอกทวนเข็มนาฬิกาทุกวันประมาร 3-6 เดือน หรือแก้ไขได้ด้วยการทำใหม่แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะกลับไปเป็นอย่างเดิม เพราะนี่คือลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคล ทั้งนี้การเสริมหน้าอก ถ้าไม่แข็ง ไม่มีแผลเป็น จะทำให้ดูใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด


Q.   เสริมแล้วมีโอกาสเป็นมะเร็งไหม ?
A.   จากการเปิดเผยของแพทย์พบว่า ปัญหาซ้ำๆที่คนไข้มักถามเกื่ยวกับการทำหน้าอก คือ มีโอกาสสูงแค่ไหนที่การผ่าตัดดังกล่าวจะทำให้เกิดเป็นมะเร็งตามมา คำตอบคือการผ่าตัดเพื่อเสริมขนาดเต้านม เพื่อช่วยคนหน้าอกเล็ก และหย่อนคล้อยนั้น เป็นพัฒนาการทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับมาแล้วกว่า 40 ปี ซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วว่าถุงนมเทียมที่ใส่เข้าไป เป็น Medical Grade Silicone ซึ่งผ่านรับรองจาก FDA และองค์การอาหารและยาของไทย จึงไม่มีอันตรายและไม่มีส่วนเร่งที่ทำให้เกิดมะเร็งได้
แหล่งที่มา : นิตยสาร COSMETIC No. 9
ประจำเดือน ก.ย. - ต.ค.หน้า 42-45